บทความ

โนนแท่นพระ คือ อาโรคยาศาล?

สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เป็นกษัตริย์ของขอมที่ได้ปราบดา ภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดินเมื่อ พ.ศ. ๑๗๒๔ ภายหลังจากปราบขบถในนครธมและกอบกู้บ้านเมืองได้สำเร็จ พระองค์ต้องใช้เวลาถึง ๑๐ ปี ในการปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมบ้านเมืองและสร้างถาวรวัตถุขึ้นใหม่ ตามจารึกหลักพระขรรค์ไชยศรีบทที่ ๑๒๓ ระบุไว้ว่า ได้โปรดให้สร้างถนน ๑๗ สาย บ้านซึ่งมีไฟ(ซึ่งน่าจะหมายถึง ธรรมศาลา หรือ ที่พักสำหรับคนเดินทาง) จำนวน ๑๒๑ แห่ง และโรงพยาบาล หรือที่ปรากฏในจารึกว่า อาโรคยาศาลา จำนวน ๑๐๒ แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักรใน ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ หรือเมื่อประมาณ ๘๐๐ กว่าปีมาแล้ว

เมืองพล: 
บทความ: 

ตำบลเพ็กใหญ่ในฝัน....?

หัวข้อ : ตำบลเพ็กใหญ่ในฝัน....?
โดย : พ่อน้องบิ๊ก เมื่อ : วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2552

"อำเภอพล โนนแท่นพระ....." วลีนี้หลายคนที่เป็นชาวอำเภอพลคงคุ้นหูเป็นอ่างดี แต่ก็นั่นแหละ ส่วนใหญ่ผู้คนก็คงไม่เข้าใจว่า ทำไม..จึงเกิดคำขวัญ หรือวลีนี้ขึ้นมา ทำไม คำว่าโนนแท่นพระจึงถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของนามว่า อำเภอพล....เรื่องนี้น่าสนใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกหลานที่เป็นสมาชิกชาวอำเภอพล หรือตำบลเพ็กใหญ่

เมืองพล: 
บทความ: 

โนนแท่นพระ อำเภอพล

การค้นพบโนนแท่นพระ

โนนแท่นพระในอดีต มีสภาพทางธรรมชาติเป็นป่าทึบ ชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้นานาพันธ์ มีไม้ยืนต้นเต็มไปหมด มีทั้งพวกไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ไม้สำโรง(ส้มโฮง) ไม้มะค่าโมง ไม้มะค่าแต้ (ชื่อบ้านโนนแต้) พวกเถาวัลย์และไม้พุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือหญ้านาง(ชื่อบ้านยานาง) ขึ้นคุมพื้นที่เต็มไปหมด และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด อาทิ เช่น ช้าง เสือ ลิง ค่าง บ่าง ชะนี กระต่าย งูจงอาง งูเหลือม งูเห่า ปู ปลา เต่า ตลอดทั้งนกต่าง ๆ นานาชนิด

เมืองพล: 
บทความ: 

กุศโลบาย โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ

กุศโลบาย

คำว่า “กุศโลบาย” นี้ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ เป็นผู้บัญญัติขึ้น เพื่อใช้เป็นชื่อหนังสือที่ท่านแปลจากภาษาอังกฤษ โดยต้นฉบับเดิมนั้น มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “Strategy in handling people” ซึ่งท่านบอกว่าหากจะแปลตรงตัว ก็อาจแปลได้ว่า “กลยุทธ์ในการกุมผู้คนไว้ในมือ” อะไรทำนองนี้ ท่านเห็นว่าถ้าขืนแปลดังนี้ ก็จะมีความหมายที่ไม่ค่อยดีนัก ท่านจึงใช้คำว่า “กุศโลบาย” แทน อันมาจากคำว่า “กุศล” ผสมกับคำว่า “อุบาย” และมีความหมายว่า การใช้อุบายในทางที่ชอบ ในทางที่ควร เพื่อชนะใจ หรือผูกใจผู้อื่น

การเป็นผู้ใฝ่รู้ ทำให้เกิดปัญญา

1. L = Learner (การเป็นผู้ใฝ่รู้ ทำให้เกิดปัญญา)

โลกทุกวันนี้ คือ โลกแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “ศตวรรษ” ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงมากมาย และรวดเร็วมากกว่าใน “สองพันห้าร้อยปี หรือ พันล้านปี” ที่ผ่านมาเสียอีก

ลองย้อนกลับไปดูอดีต ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

367 ปีที่ผ่านมา ในปี ค.ศ.1642 กาลิเลโอ สร้างกล้องโทรทรรศน์

259 ปีที่ผ่านมา ในปี ค.ศ.1750 เจมส์ วัตต์ สร้างเครื่องจักรไอน้ำ ใช้ปั่นด้าย

134 ปีที่ผ่านมา ในปี ค.ศ. 1876เกรแฮมเบล สร้างโทรศัพท์ส่งสัญญาณไปตามเส้นลวด

130 ปีที่ผ่านมา ในปี ค.ศ.1879 เอดิสัน สร้างหลอดไฟฟ้าขดลวด

คติ คำคม: 

วิธีชนะมิตรและจูงใจคน ของ เดล คาร์เนกี

เทคนิคสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่น

บทที่ 1 การตำหนิติเตียน

- 99 ครั้งใน 100 ครั้งแห่งความผิดของมนุษย์ เขาจะไม่ตำหนิติเตียนตนเองแต่อย่างใด แม้ความผิดพลาดนั้นจะ ร้ายแรงสักขนาดไหนก็ตาม
- การตำหนิติเตียน เป็นสิ่งไร้ประโยชน์ เพราะจำต้องทำให้ผู้ถูกติเตียนแก้ตัวต่างๆ และพยายามที่จะเข้าข้างตนเอง การตำหนิติเตียนเป็นภัย เพราะมันสามารถทำให้จิตใจอันภาคภูมิของมนุษย์ได้รับความปวดร้าว ทำลายความรู้สึกแห่งการเป็นคนมีความสำคัญ และก่อให้เกิดโทสะ
- ก่อนที่จะตำหนิติเตียนผู้อื่น แก้ไขวิพากวิจารณ์ผู้อื่น จงแก้ไขตัวของเราเองให้เรียบร้อยเสียก่อน

ค้นหาตัวเอง

๑.
หากฉันต้องเลือกระหว่าง
ความเป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต
และคนธรรมดาสามัญสักคน
ที่มีความสามารถที่จะเข้าใจในเพื่อนมนุษย์
ฉันคงเลือกที่จะเป็นคนเข้าใจคน
มากกว่าการเป็นคนรอบรู้
ไม่ว่าเธอจะถามฉันกี่ครั้งก็ตาม

๒.
กาลเวลาผ่านไป ผ่านไป ผ่านไป
แต่ฉันแทบไม่รู้จักเธอเพิ่มขึ้น
คล้อยไปตามกาลเวลาเลยแม้แต่น้อย
ฉันปรารถนาที่จะเข้าไปรู้จักโลกของเธอให้มากขึ้น
แต่เธอก็ไม่เปิดโอกาส
มันทำให้ฉันนึกถึงตัวไหม
ที่ชักใยล้อมกรอบตัวเอง
รอบแล้ว รอบเล่า
ปิดกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอก
อยู่ภายในโลกแคบ ๆ เงียบ ๆ
แล้วเธอจะมีโอกาสเป็นผีเสื้อแสนสวยได้อย่างไรหนอ
ถ้าเธอไม่ยอมเจาะเกราะออกมา

สาระความรู้: 

เครื่องหมายของคนดี

หลังวันวิวาห์ที่ชื่นสุข บ่าวสาวหลายคู่ล้วนปรารถนาจะมีบุตรธิดา เพื่อเป็นโซ่ทองคล้องใจกันไวสมดังพุทธบรรหารในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาตปฐปัณณาสก์สุมนวรรคที่ ๔ สูตรที่ ๙ ปุตตสูตร ความว่า

Subscribe to RSS - บทความ