อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร

เกิดที่ อำเภอพล จังหวัด ขอนแก่น เมื่อ 20 กันยายน 2488 ปัจจุบันอายุ 60 ปี

การศึกษา

เริ่มต้น เรียนชั้นประถมที่บ้านเกิด รร.ซู่เอ็ง มาต่อชั้นมัธยมที่ รร.ดอนบอสโก อุดรธานี และ รร. สารสิทธิ์ พิทยาลัย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ชั้นเตรียมฯที่ รร.เตรียมอุดมศึกษา พญาไท

สำเร็จการศึกษา วิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อ มีนาคม 2512 เรียนต่อโท เอก ที่ Lamar University, Beaumont, Texas USA.

ทำงานอยู่กรมทางหลวง เกือบ5ปี ไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา3ปี กลับมาเข้าทำงานกับ องค์การก๊าซธรรมชาติฯ ปี2521 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และ บจม.ปตท.

หน้าที่ความรับผิดชอบเริ่มจากเป็นวิศวกร, หัวหน้าหน่วยจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน, หัวหน้าหน่วยก่อสร้าง, ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษา, ฝ่ายวิศวกรรมบริการ, ผู้ช่วยผู้ว่าการดูแลงานบริหาร, ผู้จัดการใหญ่บริษัทปิโตรเอเซีย, รองผู้จัดการใหญ่โรงกลั่นสตาร์รีไฟนิ่ง,กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย,

ตำแหน่งก่อนเกษียณ คือตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าระหว่างระเทศ

นอกจากงานประจำแล้ว ชอบการลงทุนไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์ หรือหลักทรัพย์จดทะเบีนน ชอบปลูกต้นไม้ใหญ่ประเภท ดอกสวย ดอกหอม และไม้หายาก (ตอนนี้มีแล้วร้อยกว่าต้น) ชอบท่องเที่ยว ชิมอาหารอร่อย ชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ โบราณคดี สารคดีฯลฯ

การออกกำลังกายขณะนี้คือ จ๊อกกิ้งในวันระหว่างสัปดาห์ ส่วนวันสุดสัปดาห์และวันนักขัตฤกษ์ จะเล่นกอล์ฟ ออกลีลาศบ้างเป็นครั้งคราว

หลังเกษียณอายุ 30 กันยายน 2548 แล้ว จะทำงานประจำน้อยลง แต่สิ่งที่คิดทำเพิ่มคือ การเรียนภาษาจีนกลาง และภาษาสเปญ อีกทั้งจะทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น

ที่มา : thairunning.com

------------

เขาคือผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจน้ำมันมือวางอันดับต้นๆ อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าระหว่างประเทศ บมจ.ปตท. ที่วันนี้เลือกเป็น "นักลงทุน" ในตลาดหุ้นอย่างเต็มตัว และนั่งในตำแหน่งประธานกรรมการ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ที่เตรียมเข้าเป็นสมาชิกใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เร็วๆ นี้
นอกจากจะเป็นนักบริหารมืออาชีพแล้วอีกมิติหนึ่งเขายังเป็น "เซียนหุ้น" ตัวยง

หนึ่งในภารกิจของ อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ คือ การปั้นบริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีอนาคต โดยหุ้น GLOBAL ขายไอพีโอ 260 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 2.55 บาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปขยายการลงทุนในต่างจังหวัด รวมทั้งสาขาเมืองทองธานี บนที่ดิน 140 ไร่ ซึ่งทางบริษัทได้ซื้อและโอนเรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินการ 7 สาขา ใน 7 จังหวัด แต่ละสาขามีพื้นที่ให้บริการ 18,000-28,000 ตารางเมตร ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ ระยอง ชลบุรี และ นครปฐม โดยปี 2551 มีรายได้รวม 4,001 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตจากปีก่อน 24.39% และไตรมาสที่ 1 ปี 2552 มีรายได้รวม 1,023 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 15.80% และนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิ

ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ ตั้งเป้าการเติบโตไว้ในอัตรา 20-25% อภิสิทธิ์ บอกว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตขั้นต่ำปีละ 10% โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ปีละ 3-5 สาขา โดยในช่วงเดือนธันวาคมจะเริ่มรับรู้รายได้จากสาขาราชบุรี และเดือนมกราคมปี 2553 จะเปิดสาขานครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเปิดสาขากาฬสินธุ์ อยุธยา ขอนแก่น และเมืองทองธานี ซึ่งเตรียมที่ดินไว้แล้ว

โดยที่เมืองทองจะเป็นสาขาในกรุงเทพฯ แห่งแรก จะแบ่งพื้นที่บางส่วนมาทำเป็นตลาดสดไว้ดึงดูดลูกค้า ตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญการทำตลาดสด คาดว่าภายใน 1-2 เดือนจะได้ข้อสรุป

อภิสิทธิ์ ชูจุดเด่นของบริษัทว่า โกลบอลเฮ้าส์เป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่งและเครื่องมือช่างครบวงจรมากที่สุด (ธุรกิจคล้ายโฮมโปร) มีสินค้ามากกว่า 50,000 รายการ ตั้งแต่เหล็กเส้น ปูน ไฟฟ้า ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ก็มี และมีสินค้าแบรนด์ดังๆ เหมือนที่คู่แข่งรายใหญ่มี แต่พื้นที่สาขาใหญ่กว่ามีปริมาณสำรองสินค้ามากกว่า และสินค้าของบริษัทก็มีราคายุติธรรม เพราะไม่มีต้นทุนเรื่องค่าเช่าที่ดิน และสาขาทุกแห่งใช้แอร์น้ำแทนแอร์คอนดิชั่น ทำให้ต้นทุนลดลงได้มากกว่า 10% ปัจจุบันบริษัทยังมีจุดอ่อนเรื่องระบบการควบคุมสต็อก ขณะนี้กำลังแก้ไขอีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย

"ใครซื้อหุ้นเรารับรองว่าไม่ผิดหวัง การกลับมาครั้งนี้รับรองว่าเราแข็งแกร่งร้อยเปอร์เซ็นต์" อภิสิทธิ์ กล่าวยืนยัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ