พลตำรวจเอก วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี

เกิด 14 มีนาคม พ.ศ. 2496 (อายุ 57 ปี)
อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
สมรสกับ กิ่งดาว พจน์โพธิ์ศรี

ชีวิตฟ้าลิขิต 'พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี' จาก 'ตำรวจวัง' คุมอาณาจักรสีกากี

นอกจากรับรู้กันแล้วว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เคยเป็นหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ก่อนคืนรังสู่อ้อมอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาทำหน้าที่ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง แต่ทว่าวันนี้ พล.ต.อ.วิเชียร ยังพ่วงเก้าอี้ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ซึ่งโชว์ผลงานคุมเกมวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ได้อย่างราบคาบ...สมราคาที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานด้านนี้
ความเหนือชั้นของ ศรส.ลต.ตร. คือ ระบบออนไลน์อันล้ำสมัย นำโด่งด้วยข้อมูลร้อนฉ่า มิหนำซ้ำยังประเมินผลจากหน่วยออกเสียง 8.8 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ได้แบบรวดเร็วทันใจ จนสามารถตั้งเข็มทิศการเมืองได้ตั้งแต่ไก่โห่...ถือเป็นการพลิกมิติใหม่ของ ตำรวจ ซึ่งต้องเตรียมรับศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นวันที่ 23 ธ.ค.นี้ แต่คงไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอีกต่อไป!!
พล.ต.อ.วิเชียร เปิดห้องทำงานชั้น 3 สตช.ให้สัมภาษณ์พิเศษ “โพสต์ทูเดย์” ระบุถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า ต้องยกความดีให้เพื่อนตำรวจกว่า 1.8 แสนนาย ที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ และหากไม่ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สตช. และทีมบริหารระบบโครงข่ายของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แห่งชาติ (เนคเทค) ที่อดตาหลับขับตานอนตลอดช่วงที่เปิดศูนย์ ศรส.ลต.ตร. ก็คงไม่ได้เห็นผลงานชั้นเยี่ยมแบบนี้เด็ดขาด
แต่หากไม่ได้วิสัยทัศน์อันกว้างไกล และมีการวางแผนอย่างเป็นระบบเสียแล้ว งานที่เห็นว่าง่ายดายก็อาจทำให้ตำรวจผู้ปฏิบัติต้องปวดเศียรเวียนเกล้า และสะดุดปัญหาแบบไม่รู้จบก็เป็นได้ ฉะนั้นหลักคิดและมุมมองของผู้นำจึงเป็น “ธงนำ” สำคัญที่สุด ซึ่งมองได้ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ คงเล็งเห็นจุดนี้ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิเชียร ดูแลงานนี้ และเป็นความท้าทายของนายตำรวจผู้ก้าวข้ามกำแพงวังมารับภารกิจสำคัญที่ตกลงบน สองบ่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วยบุคลิก พล.ต.อ.วิเชียร ซึ่งเป็นสุภาพบุรุษเคร่งขรึมและพูดน้อย อาจทำให้สังคมมองว่า เขาจะรับมือการเลือกตั้งทั่วไปได้ดีแค่ไหนกัน? กับคำถามนี้ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ประสบการณ์จากวันลงประชามติ ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการต่อยอดการทำงาน และน่าพอใจระดับหนึ่ง สามารถจับกุมผู้กระทำผิดความผิดเกี่ยวกับออกเสียง ตั้งแต่วันที่ 5-20 ส.ค. ได้ทั้งหมด 26 คดี สิ่งที่เห็นคือ ตำรวจสามารถดูแลความเรียบร้อยให้การลงประชามติผ่านไปด้วยดี
“ผมเชื่อมั่นว่าถ้าหากเริ่มต้นได้ดี ก้าวต่อไปของการทำงานไม่น่าจะมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ หากมีการศึกษาข้อมูล และนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ก็จะแก้ปัญหาได้ตรงจุด สิ่งเหล่านี้คือความท้าทายในการรับมือการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง...”
‘ไม่เคยคิดอยากเป็นตำรวจ’
เมื่อย้อนไปดูปูมหลังของ พล.ต.อ.วิเชียร เขาคือ ลูกอีสานขนานแท้ เกิดที่ จ.ขอนแก่น ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท กทม. เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 28 ร่วมรุ่น พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฯลฯ และพ่วงปริญญาโท 3 สถาบัน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กฎหมายเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งจบหลักสูตรบริหารงานตำรวจจากอังกฤษอีกด้วย
พล.ต.อ.วิเชียร เล่าให้ฟังว่า ต้นแบบในการใช้ชีวิตล้วนมีรากฐานมาจากคำสั่งสอนและการเคี่ยวกรำของคุณพ่อ พจน์ ทั้งสิ้น บุคลิกที่สุขุมลุ่มลึก ณ วันนี้ ก็เนื่องจากการอบรมของผู้เป็นพ่อที่เคยเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน และยังเสริมส่งให้เรียนเก่งวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ดังนั้น เป้าหมายในวัยเด็กจึงอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากเป็นคนมีชื่อเสียง และ “ไม่เคยคิดอยากเป็นตำรวจ” เลยแม้แต่น้อย
เพราะ ด.ช.วิเชียร เป็นเด็กฉลาดและมุ่งมั่นใฝ่ดี ทำให้เขามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ มาหาที่เรียนชั้น ม.ปลาย และเลือกสอบเข้าเตรียมอุดมฯ ถึงแม้คุณพ่อไม่อยากให้มาสอบ เพราะพี่ชายคนโตเคยเข้ามาเรียนแล้วไม่ประสบความสำเร็จจึงกลัวจะซ้ำรอยเดิม แต่ท้ายที่สุดเขาก็สอบเข้าจนได้ ระหว่างนั้นก็ยังไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส (AFS) ไปเรียนฟรีที่สหรัฐได้อันดับ 1 แต่ไม่ได้ไป เพราะคุณพ่อปิดบังเอาไว้ ไม่อยากให้จากอกไปไหนไกล จากจุดนั้นเองทำให้เกิดการพลิกผันขึ้น เพราะเท่ากับเป็นการสละสิทธิ์ให้กับเพื่อนสนิท พล.ต.อ.วิเชียร ที่ชื่อ ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่สอบได้อันดับ 2 ได้ไปเรียน แทน
แต่อย่างว่าหมื่นกำหนดยังไม่สู้ฟ้าลิขิตที่บัญชาให้เขาต้องเป็นผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ เมื่อเดิมทีครอบครัวอยากให้เรียนด้าน เกษตร

.....โพสต์ ทูเดย์

-------------------

พลตำรวจเอก วิเชียร์ พจน์โพธิ์ศรี เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2496 ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยเป็นบุตรของนายพจน์ และนางหนูเกตุ โพธิ์ศรี จบการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 28 ปริญญาโท จาก 3 สถาบัน คือ คณะพัฒนบริหารศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท ด้านกฎหมายเศรษฐกิจ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังจบหลักสูตร F.B.I. รุ่น 159, หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 388 และหลักสูตรบริหารงานตำรวจ จากประเทศอังกฤษอีกด้วย[1] และต่อมายังได้ก่อตั้งเครือข่ายของ F.B.I. ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่า F.B.I.N.A. แห่งประเทศไทย โดยถือเป็นสมาคมนักเรียนเก่าของ F.B.I. สถาบันแรกในโลกที่ก่อตั้งขึ้นนอกพื้นที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย[2]

พล.ต.อ.วิเชียร ได้รับการติดยศ พลตำรวจเอก (พล.ต.อ.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ในตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (นรป.) ซึ่งถือว่าครองยศ พล.ต.อ. ก่อนรอง ผบ.ตร. และผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าคนอื่น ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน ต่อมา พล.ต.อ.วิเชียร ถูกโยกมาดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ฝ่ายความมั่นคง และรับผิดชอบงานด้านรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร.) ตลอดจนงานดูแลความสงบในการชุมนุมทางการเมือง ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร มีผลงานในเรื่องการควบคุมสถานการณ์ในวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับการยกย่อง

ชื่อของ พล.ต.อ.วิเชียร เป็นที่สนใจของสาธารณชนเมื่อได้รับคำสั่งจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ 2 ครั้ง ซึ่งลาพักราชการตามคำสั่งของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552 จนถึงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552 และอีกครั้งในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552 จนถึงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552 โดยก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.วิเชียรดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิเชียรได้เข้าดำรงตำแหน่งรักษาการผู้บัญการการตำรวจแห่งชาติ เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่รุมเร้าเนื่องจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ถูกสังคมบางส่วนเพ่งเล็งว่าเป็น "ตอ" ทำให้คดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์และสื่อในเครือผู้จัดการ ไม่มีความคืบหน้า ด้วย พล.ต.อ.วิเชียร มีภาพลักษณ์ของนายตำรวจที่เป็นกลาง ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ชีวิตส่วนตัว พล.ต.อ.วิเชียร มีนามสกุลเดิมว่า "โพธิ์ศรี" แต่ได้นำชื่อของบิดามาเพิ่มต่อหน้านามสกุล[3] มีชื่อเล่นว่า "น้อย" ขณะที่เพื่อน ๆ จะเรียกกันว่า "น้าน้อย"[4] สมรสกับนางกิ่งดาว พจน์โพธิ์ศรี โดยถือเป็นคู่เขยกับ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ[5] มีบุตรชาย 2 คน และ บุตรสาว 2 คน คือ นางสาวชื่นสุข พจน์โพธิ์ศรี, เด็กหญิงพัชรเพ็ญ พจน์โพธิ์ศรี, เด็กชายธนชัย พจน์โพธิ์ศรี และ เด็กชายกมลพัฒน์ พจน์โพธิ์ศรี

ประวัติการทำงาน

* รอง สว.ผ. 5 กก.สส.น.
* รอง สว.ผ. ศึกษาอบรม กก.นผ.บก.อก.บช.น.
* รอง สว.ผ.1 กก.สส.น. พระนครใต้
* ผู้ช่วยนายเวรอธิบดีกรมตำรวจ
* นายตำรวจราชสำนักประจำ
* ผู้กำกับการนายตำรวจราชสำนักประจำ
* รองผู้บังคับการนายตำรวจราชสำนักประจำ
* ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ
* ผู้ช่วยหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ
* รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่ารองผู้บัญชาการ)
* รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่าผู้บัญชาการ)
* รองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ 10) (เทียบเท่าผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ)
* หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (เทียบเท่ารองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) (พ้น 25 ก.ย.พ.ศ. 2549)
* ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปฏิบัติหน้าที่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง)
* ที่ปรึกษา (สบ 10) และ รักษาการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สะออนคนขอนแก่น: 
คนดีศรีเมืองพล: